Loading...

จำลอง

เมื่อไร่หมุนเวียน หมุนมาถึงตัวฉัน

จากการเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์งานประชุมสรุปถอดบทเรียนปฏิบัติการพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียนระดับนโยบายและสาธารณะตามมติ ครม. ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ ในวันที่ ๒๐-๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ณ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมจากองค์กรภาคีที่ทำงานด้านชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ทั้งภาครัฐและภาคสังคม ทำให้ผู้เขียนพบว่า การกำหนดไร่หมุนเวียนให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติดังกล่าวนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาอันสั้น สังเกตจากบทสรุปของการประชุมฯ ยังมีประเด็นที่ต้องดำเนินการต่อและต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชนและชุมชนเอง อาทิ ประเด็นที่ชุมชนเสนอต่อที่ประชุมฯ ต้องการการต่อยอดจากภาครัฐ 



คนเที่ยว เด็ก และงานขายบริการทางเพศที่ชายแดนจีน-เวียดนาม

งานวิจัยนี้ส ารวจการขายบริการทางเพศในพื้นที่ชายแดนจีน-เวียดนาม โดยเน้นที่เมืองเหอโข่ว(Hekou) ซึ่งอยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติเย้า ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ าแดง ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติที่แบ่งกั้นระหว่างจีนกับเมือง Lao Cai ของเวียดนามส าหรับคนที่อยู่ฝั่เวียดนาม-เหอโข่วมีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง นักเดินทางเวียดนามซึ่งมาจากพื้นที่ราบมักจะเพิ่มทริปครึ่งวันเพื่อมาชมเหอโข่ว พวกเขาจะเดินเล่นรอบเมือง ชิมเต้าหู้เหม็นและซื้ออาหาร/สินค้าจีน มีตั้งแต่ผ้าห่ม ไปจนถึงพัดลม ที่ประตูข้ามแดน ซึ่งจะต้องผ่ากระบวนการตรวจคนเข้า-ออกประเทศ ท าให้คนรู้สึกว่า ตนได้ข้ามพรมแดนรัฐ ซึ่งคนส่วนใหญ่เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาแล้วก็จะโพสต์ท่าถ่ายรูปที่หน้าประตูก่อนที่จะข้ามสะพานไปยืนมองสายน้ าสีน้ าตาลของแม่น้ าแดง

พระสงฆ์ทำพิธีสวดซำฮะบ้านที่กลางหมู่บ้าน

ชุมชนบ้านกลาง ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นชุมชนของชาวไทพวนที่อพยพมาจากเมืองพวนทางตอนเหนือของประเทศลาวในปัจจุบันเมื่อกว่า 200 ปีมาแล้ว ชุมชนชาวไทพวนแห่งนี้ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ของตนเองอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานประเพณีบุญเลี้ยงบ้านเดือนหก หรือบุญซำฮะบ้าน ซึ่งเป็นงานประเพณีที่ชาวบ้านกลางต้องปฏิบัติเป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นศิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน

บุญเลี้ยงบ้านไทพวน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

ชุมชนบ้านกลาง ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นชุมชนของชาวไทพวนที่อพยพมาจากเมืองพวนทางตอนเหนือของประเทศลาวในปัจจุบันเมื่อกว่า 200 ปีมาแล้ว ชุมชนชาวไทพวนแห่งนี้ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ของตนเองอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานประเพณีบุญเลี้ยงบ้านเดือนหก หรือบุญซำฮะบ้าน ซึ่งเป็นงานประเพณีที่ชาวบ้านกลางต้องปฏิบัติเป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นศิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน

วันขึ้น 5 ค่ำ เดือนหก ในช่วงกลางวัน

  วันขึ้น 5 ค่ำ เดือนหก ในช่วงกลางวัน ชาวบ้านจะนำอุปกรณ์และสิ่งของต่างๆ มารวมกันที่ศาลากลางบ้านหรือบริเวณต้นมะขามใหญ่ เพื่อจัดทำบายศรี เครื่องร้อย กระทงหน้าวัวขนาดใหญ่ ก่อเจดีย์ทราย และเตรียมสถานที่เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม  วันขึ้น 5 ค่ำ เดือนหก ในช่วงกลางวัน ชาวบ้านจะนำอุปกรณ์และสิ่งของต่างๆ มารวมกันที่ศาลากลางบ้านหรือบริเวณต้นมะขามใหญ่ เพื่อจัดทำบายศรี เครื่องร้อย กระทงหน้าวัวขนาดใหญ่ ก่อเจดีย์ทราย และเตรียมสถานที่เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม  วันขึ้น 5 ค่ำ เดือนหก ในช่วงกลางวัน ชาวบ้านจะนำอุปกรณ์และสิ่งของต่างๆ มารวมกันที่ศาลากลางบ้านหรือบริเวณต้นมะขามใหญ่ เพื่อจัดทำบายศรี เครื่องร้อย กระทงหน้าวัวขนาดใหญ่ ก่อเจดีย์ทราย และเตรียมสถานที่เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม  วันขึ้น 5 ค่ำ เดือนหก ในช่วงกลางวัน ชาวบ้านจะนำอุปกรณ์และสิ่งของต่างๆ มารวมกันที่ศาลากลางบ้านหรือบริเวณต้นมะขามใหญ่ เพื่อจัดทำบายศรี เครื่องร้อย กระทงหน้

วันขึ้น 7 ค่ำ เดือนหก

วันขึ้น 7 ค่ำ เดือนหก ในช่วงกลางวันชาวบ้านก็จะดำเนินชีวิตตามปกติ แต่จะเตรียมหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ประกอบอาหารไว้เพื่อเตรียมทำอาหารไปถวายพระในเช้าวันขึ้น 8 ค่ำ ซึ่งจะต้องนำไปถวายทุกครัวเรือน และเมื่อถึงเวลาประมาณ 19.00 นาฬิกา ก็จะมีการนิมนต์พระสงฆ์สามเณรมาประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่ศาลาใต้ต้นมะขามใหญ่เช่นเดียวกับทั้งสองคืนที่ผ่านมา

วันขึ้น 8 ค่ำ เดือนหก

วันขึ้น 8 ค่ำ เดือนหก ชาวบ้านจะตื่นกันแต่เช้า เพื่อประกอบอาหาร โดยเน้นเมนูพื้นบ้านเป็นหลัก และมีหลายเมนูรวมกัน เมื่อนำมาวางในถาดจะถูกเรียกรวมว่า “พาข้าว” ซึ่งจะประกอบไปด้วยอาหารคาว อาหารหวานและผลไม้ต่างๆ ทุกครัวเรือนจะต้องนำพาข้าวมาถวายพระ ทำให้ในพิธีกรรมเลี้ยงบ้านตอนเช้าจะมีอาหารหวานคาวถวายพระเป็นจำนวนมาก

กระทงหน้าวัวขนาดเล็ก

นอกจากพาข้าวแล้ว สิ่งที่ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนต้องทำและนำมาร่วมพิธีก็คือ กระทงหน้าวัวขนาดเล็ก ภายในกระทงจะประกอบไปด้วย คำหมาก คำพลู มวนบุหรี่อย่างละ 9 ชั้น ข้าวดำ ข้าวแดง ธูป เทียนและดอกไม้อย่างละ 1 คู่ เหมือนกับกระทงใหญ่แต่จะต่างกันที่กระทงเล็กจะมีข้าวเหนียวที่ปั้นเป็นก้อน แล้วนำมาสัมผัสร่างกายของคนในครัวเรือน คุณตาใส คำพิมพ์ อธิบายว่า การนำก้อนข้าวมาสัมผัสกับร่างกายแล้วนำไปใส่ในกระทง เป็นเสมือนการได้นำเอาสิ่งไม่ดีเสนียดจัญไรต่างๆ ออกจากร่างกาย โดยจะนำไปวางไว้ข้างเจดีย์ทราย และยังมีการนำถังบรรจุกรวดทรายมาร่วมพิธีด้วย ซึ่งกรวดทรายนี้หลังเสร็จพิธีแล้วชาวบ้านจะนำไปโรยรอบบ้านเรือนและไร่นาของตนเอง เพื่อความเป็นศิริมงคลและขับไล่สิ่งอัปมงคลต่างๆ ออกไป

พระสงฆ์ทำพิธีสวดซำฮะบ้านที่กลางหมู่บ้าน

  ในระหว่างวันขึ้น 5 ค่ำ จนถึงวันขึ้น 7 ค่ำ เดือนหก ช่วงเย็นจะมีการนิมนต์พระสงฆ์สามเณรมาเจริญพระพุทธมนต์ที่ศาลาใต้ต้นมะขามใหญ่กลางหมู่บ้านติดต่อกันเป็นเวลา 3 คืน ส่วนตอนเช้าวันขึ้น 8 ค่ำ เดือนหก ก็จะมีการทำบุญใส่บาตร ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์สามเณร และประกอบพิธีซำฮะบ้านตามลำดับ

บุญเลี้ยงบ้านไทพวน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

กลุ่มชาติพันธุ์พวนมีถิ่นกำเนิดจากเมืองพวน ที่มีแม่น้ำพวนไหลผ่าน (ปัจจุบันอยู่ในแขวงเมืองเชียงขวาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) ได้อพยพย้ายถิ่นมาในดินแดนประเทศไทยหลายระลอก ที่เห็นได้ชัดคือตั้งแต่สมัยธนบุรีถึงสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีทั้งที่อพยพมาทำมาหากินเอง และกลุ่มใหญ่ที่ย้ายถิ่นมาจากการถูกกวาดต้อน เป็นเชลยสงคราม อีกส่วนหนึ่งย้ายมาเนื่องจากภัยสงคราม มาอาศัยอยู่รวมกันเป็นชุมชน กระจายตัวอยู่ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง และยังคงรักษาอัตลักษณ์ของชาวพวนเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน



ประเพณีแห่ช้างบวชนาค

กลุ่มชาติพันธุ์พวนมีถิ่นกำเนิดจากเมืองพวน ที่มีแม่น้ำพวนไหลผ่าน

กลุ่มชาติพันธุ์พวนมีถิ่นกำเนิดจากเมืองพวน ที่มีแม่น้ำพวนไหลผ่าน

กลุ่มชาติพันธุ์พวนมีถิ่นกำเนิดจากเมืองพวน ที่มีแม่น้ำพวนไหลผ่าน

กลุ่มชาติพันธุ์พวนมีถิ่นกำเนิดจากเมืองพวน ที่มีแม่น้ำพวนไหลผ่าน

กลุ่มชาติพันธุ์พวนมีถิ่นกำเนิดจากเมืองพวน ที่มีแม่น้ำพวนไหลผ่าน

กลุ่มชาติพันธุ์พวนมีถิ่นกำเนิดจากเมืองพวน ที่มีแม่น้ำพวนไหลผ่าน